ค้นหา :






ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป : สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

สถิติผู้เข้าชม
จำนวนร้านค้า 16,071
จำนวนสินค้า 73,372
จำนวนประกาศ 154,987
จำนวนเข้าชม 15,496,897
ปรับปรุงเมื่อ 28 มิ.ย. 2554

บทความ Bigshopping

หน้าแรก > หมวดหมู่บทความ > ของที่ระลึก ของpremium > ของฝากจากเกาหลี

ของฝากจากเกาหลี

 1. โสมเกาหลี (GINSENG)
 
     ตำราทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์หยางของจีนกล่าวไว้ว่า โสม ที่มีคุณภาพดีที่สุดอยู่ในเกาหลี โสมเกาหลีจึงมีราคาสูงเป็นพิเศษ เพราะเป็นโสมบำรุงพลังวังชาดั่งยาทิพย์ เพาะปลูกได้ยากมากไม่เพียงแต่มันโตช้ามาก แต่พื้นที่ที่เคยใช้เพาะปลูกจะต้องถูกทิ้งไว้นานถึง 15 ปี หลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์อาหารสมุนไพรต่างๆ เช่น ชาโสม ผงโสมยอดนิยมหรือ โสมสกัดเข้มข้น เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่คำนึงถึงสุขภาพ
 
     การเลือกซื้อโสม ควรเลือกซื้อจากบริษัทผู้ผลิตที่มีคุณภาพรับรองอย่างถูกต้อง โสมแท้คุณภาพดีต้องมีรสชาติขม ชุ่มคอ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ควรเก็บไว้ในที่เย็น (ไม่ใช่เย็นจัด) ไม่ควรโดนแดด ความร้อนและความชื้นสูง เพราะจะเสียคุณค่าและอาจเกิดการเปลี่ยนสภาพของตัวโสมเอง รากของโสมที่นำมาผ่านขั้นตอนกรรมวิธีในการผลิตต่าง ๆ แล้วจะมีหลายประเภท เช่น ประเภทรากโสม รากโสมผสมน้ำผึ้ง โสมเป็นไซรับ โสมเป็นผง หรือโสมที่บรรจุเป็นแคปซูล
   
 
 
     ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากโสมได้แก่
 
รากโสม รากโสมจะเป็นราก ๆ ที่บรรจุใส่กล่องเหล็กมีประมาณ 15 ตัวขึ้นไป นิยมนำมาต้มโดยใส่ประมาณ 1-2 ราก ต่อน้ำ 3 แก้ว แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อน ประมาณ 2 ชั่วโมง (ไม่ควรต้มในหม้อเหล็ก) ระวังอย่าให้ตัว โสม ไหม้ พอ โสม อ่อนตัวลงก็นำมาใช้ประกอบอาหารได้ตามอัธยาศัย เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการใช้ปรุงอาหาร ดองเหล้า บำรุงผู้ป่วยหลังการพักฟื้นจากการผ่าตัดหรือคลอดบุตร เสริมสร้างเม็ดเลือดเพื่อให้โลหิตไหลเวียนคล่อง 
 
รากโสมผสมน้ำผึ้ง รากโสมผสมน้ำผึ้งนี้จะบรรจุในพลาสติกแล้วนำใส่กล่องเหล็กอีกที วิธีใช้คือ นำรากน้ำผึ้งมาหั่นบางๆ ประมาณ 2 มิลลิเมตร แล้วเคี้ยวทานได้เลยเคี้ยวได้หลายครั้งในแต่ละวัน พยายามเคี้ยวอย่างสม่ำเสมอหรือจะเอาชิ้นที่หั่นบางๆนั้น มาใส่เครื่องดื่มที่ท่านโปรดปรานก็ได้ เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการบำรุงสมอง บำรุงสายตา ลดอาการปวดศีรษะ ช่วยบำรุงเลือด กามตายด้าน 
 
โสมที่เป็นไซรับ ซึ่งมีลักษณะคล้ายน้ำผึ้งอันนี้ จะถูกบรรจุใส่ขวดแก้วแล้วนำมาบรรจุใส่กล่องไม้อีกทีหนึ่ง วิธีใช้ก็คือ ใช้ช้อนที่บรรจุด้านในตักโสมสกัดด้านในแค่ 1 ช้อน ใส่ลงในน้ำร้อน 1 ถ้วย ผสมน้ำผึ้งบริสุทธิ์คนให้เข้ากันแล้วดื่มทาน ดื่มวันละประมาณ 2-3 ครั้ง 
 
โสมผง โสมผงจะมีลักษณะเป็นสีขาวที่ถูกบรรจุใส่ขวดพลาสติกทึบ วิธีใช้ก็คือ ตักโสมผง 1 ช้อนลงในน้ำร้อนแล้วใส่น้ำตาล หรือน้ำผึ้งเพื่อปรับรสชาติให้น่าทาน หรือว่าจะตักโสมผง 1 ช้อนลงในเครื่องดื่มที่ท่านชอบก็ได้ รับประทานวันละ 2-3 ครั้ง สำหรับท่านสุภาพสตรี โสมผงยังสามารถใช้เป็นยาบำรุงผิวพรรณได้ด้วย โดยนำเอาส่วนไข่แดงของไข่ไก่ 1 ฟอง และตักโสมผง 1 ช้อน จากนั้นตีเข้าด้วยกัน หั่นแตงกวาออกเป็นชิ้นบางๆ นำมาชุบในส่วนผสมให้หมาดๆ แล้วพอกไว้ที่หน้าประมาณ 15-20 นาที สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะทำให้ผิวพรรณดีขึ้น รักษาสิวฝ้า และโรคผิวหนังบริเวณใบหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ หืดหอบ หรือผู้ที่ไอเรื้อรัง เนื่องจากการสูบบุหรี่ บรรเทาอาการหายใจไม่คล่อง บำรุงตับและไต ใช้พอกหน้าให้หน้าใสสะอาดและรักษาสิว 
 
โสมเม็ด โสมเม็ดนี้จะถูกบรรจุลงในขวดแล้วบรรจุใส่ในกล่องกระดาษอีกครั้ง โสมเม็ดนี้จะเหมาะสำหรับท่านที่ไม่ค่อยมีเวลามากนัก เพราะสามารถนำมาทานได้ทันที รับประทานครั้งละ 1-3 เม็ด ขึ้นอยู่กับขนาดของแคปซูล เหมาะสำหรับผู้ที่แขนขาไม่มีแรงปวดเมื่อยเอวและขา มดลูกอ่อนแอ กามตายด้าน และยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย
 
 
2. กิมจิ (KIMJI)
 
     กิมจิจัดว่าเป็นเครื่องเคียงประจำโต๊ะสำหรับอาหารเกาหลีทุกมื้อก็ว่าได้ คู่กับข้าวสวยร้อนๆ กิมจิเป็นอาหารประเภทหมักดอง ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงชนิดหนึ่ง มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ มีส่วนของเครื่องปรุงที่ประกอบด้วย ผักต่างๆ ซอสมีรสเค็ม พริกแดงและกระเทียมผสมคลุกเคล้ากันอย่างดีจนมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างกันไปตามท้องถิ่น และประเพณีการปรุงของแต่ละภาค กิมจิ มีหลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย กิมจิน้ำ และกิมจิผักกาดขาว เป็นที่นิยมในฤดูใบไม้ผลิ กิมจิแตงกวาสอดไส้ และกิมจิยอดหัวไช้เท้าอ่อน สำหรับฤดูร้อน ส่วนกิมจิหัวกะหล่ำ กิมจิหัวไช้ท้าว และ กิมจิอัลตาริ จะนิยมรับประทานในฤดูใบไม้ร่วง สำหรับ กิมจิ หลากหลายชนิดนั้นจะพบได้ในฤดูหนาว ซึ่งจะเก็บกักตุนไว้เรียกว่า กิมจัง
 
  
     การเลือกซื้อกิมจิ  หากต้องการแบบสดและธรรมชาติ ควรซื้อกลับในวันที่กลับบ้านเพื่อการเก็บรักษาที่นานขึ้น เนื่องจากกิมจิจะเก็บไว้ในตู้เย็นไม่เกิน 2 เดือน หากเก็บในช่องน้ำแข็งของตู้เย็นจะมีอายุนานขึ้น ที่สำคัญควรชิมรสชาติว่าถูกใจหรือไม่

 
ที่มา : www.ilovetogo.com
บทความที่เกี่ยวข้อง