ค้นหา :






ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป : สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

สถิติผู้เข้าชม
จำนวนร้านค้า 16,072
จำนวนสินค้า 73,368
จำนวนประกาศ 156,656
จำนวนเข้าชม 15,878,856
ปรับปรุงเมื่อ 28 มิ.ย. 2554

บทความ Bigshopping

หน้าแรก > หมวดหมู่บทความ > คอมพิวเตอร์ ไอที > คู่มือการใช้ Facebook Timeline เบื้องต้น

คู่มือการใช้ Facebook Timeline เบื้องต้น

[28-ธันวาคม-2554] ในตอนนี้ คาดว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก Facebook Timeline โปรไฟล์แบบใหม่บน Facebook ที่มีทั้งคน "ชอบ" และคน "ยี้" ในเวลาเดียวกัน บ้างก็ว่า Facebook ตอนนี้ เหมือน Hi5 เข้าไปทุกทีแล้ว ซึ่งมีจุดเด่นก็คือ หน้าปก (Cover Photo) ขนาดใหญ่ด้านบน และไฮไลท์เรื่องราวทั้งในอดีต และปัจจุบัน ของเจ้าของเฟสบุ๊คนั้น ได้เป็นอย่างดี โดย Mark Zuckerberg ซีอีโอ Facebook ได้เคยอธิบาย Timeline เมื่อตอนเปิดตัวในเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า "Timeline คือเรื่องราวของชีวิตเรา เป็นหนทางใหม่ ที่อธิบายได้ว่า คุณคือใคร"
หลายท่านที่เพิ่งเปิดใช้ Timeline ใหม่ๆ รับรองได้เลยว่า จะต้อง "งง" อย่างแน่นอนครับ เนื่องจากรูปแบบของ Layout ในหน้าโปรไฟล์ แตกต่างจากของเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่ง Layout นั้น แบ่งออกเป็น 2 คอลัมน์ ได้แก่ คอลัมน์ใหญ่ ซึ่งเป็นคอลัมน์หลักสำหรับโพสข้อความ หรือรูปภาพ และ คอลัมน์เล็ก (ด้านขวามือ) ซึ่งเป็นเมนูลัด เพื่อเข้าไปดูข้อมูลในแต่ละปี หรือรายเดือนครับ

วิธีการเปิดใช้งาน Facebook Timeline

แบ่งได้เป็น 2 วิธีใหญ่ๆ ครับ

1. สำหรับคนใจร้อน : เข้าไปที่ลิงค์นี้ https://www.facebook.com/about/timeline เพื่อเปิดใช้งานได้เลยทันทีครับ

2. สำหรับคนใจเย็น : ให้รอจนกว่า จะมีแถบแจ้งเตือน (Notification) ปรากฎอยู่บนหน้า Facebook homepage จากนั้นก็ activate ได้เลยทันที

คู่มือการใช้งาน Facebook Timeline เบื้องต้น

ก่อนจะเข้าสู่อาการงงเต็มขั้น มารู้จักกับ ส่วนประกอบของ Facebook Timeline กันก่อนครับ

หมายเลข 1

ด้านบนของ Facebook Timeline นั้น ประกอบไปด้วย รูปภาพขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า หน้าปก (Cover photo) ซึ่งเจ้าของเฟสบุ๊ค สามารถเลือกรูปที่มีอยู่แล้ว ในหมวดของรูปภาพ หรืออัพโหลดรูปใหม่ได้ตามใจชอบ โดยขนาดรูปที่เหมาะกับการทำ หน้าปก ก็คือ ขนาด 850x320 พิกเซล ครับ

นอกจากนี้ ในส่วนของ หน้าปก นั้น ได้มีหลายไอดี คิดไอเดียภาพเก๋ๆ มาตกแต่งด้วย ดังเช่นรูปด้านล่างครับ



หมายเลข 2

ส่วนที่ 2 ก็คือ รูปโปรไฟล์ครับ ซึ่งการเปลี่ยนรูปโปรไฟล์นั้น ให้เอาเม้าส์ชี้ที่รูป แล้วจะมีเมนูเด้งขึ้นมาว่า Edit Profile Picture

หมายเลข 3

เป็นเมนูหลักของหน้าโปรไฟล์ครับ ประกอบด้วยเมนูทั้งหมด 3 ส่วน คือ Update Info, Activity Log และ Settings Cog มาดูรายละเอียดของแต่ละเมนูกันว่า มีอะไรบ้าง

1) Update Info : เป็นส่วนของการอัพเดทข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของโปรไฟล์นั่นเอง โดยผู้ใช้งานนั้น สามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัว อย่างเช่น ประวัติการศึกษา, ประวัติการทำงาน, ถิ่นกำเนิด, ความสัมพันธ์, รายชื่อสมาชิกในครอบครัว, ข้อมูลสำหรับติดต่อ รวมไปถึง คำคมที่ชื่นชอบ ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ จะไปปรากฎในส่วนของ หมายเลข 4 นั่นเองครับ

2) Activity Log : ในส่วนนี้ เจ้าของโปรไฟล์จะเห็นเพียงแค่คนเดียวครับ โดยจะเป็นข้อมูลบันทึกความเคลื่อนไหวของเราว่า เคยไปคอมเมนต์ใครมาบ้าง, กด Like รูป, เล่นเกม, โพสรูปภาพ, check-in ที่ไหน และอื่นๆ อีกมากมาย3) Settings Cog : ส่วนนี้เปรียบเสมือนส่วน preview หน้าโปรไฟล์ของเรา หลังจากทำการแก้ไขแล้ว ก่อนทำการ publish จริงนั่นเอง ซึ่งในส่วนนี้ ยังสามารถเพิ่ม Facebook badge หรือการโปรโมตหน้า Facebook ของเราได้ด้วยครับ โดยนำโค้ดที่ได้ ไปแปะบน Blog, Myspace หรือหน้าเว็บเพจ ซึ่งข้อดีของ badge นั้นก็คือ เราไม่จำเป็นต้องไปทำรูปใน photoshop เองครับ ให้ทาง Facebook สร้าง badge ให้ ง่ายนิดเดียว

หมายเลข 4

ในส่วนนี้ จะเชื่อมโยงมาจาก Update Info ครับ โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมของเราได้ จาก About ถ้าหากคลิ๊กเข้าไป จะเป็นการรวบรวมข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของเราครับ ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากเปิดเผยตัวตน ก็ไม่จำเป็นต้องกรอกทุกส่วนครับ

หมายเลข 5

เปรียบเสมือนกล่องรวบรวมเรื่องราวของเรา ไม่ว่าจะเป็น รายชื่อเพื่อน (อันนี้เป็นแบบสุ่มครับ), รูปภาพที่ถูกอัพโหลดล่าสุด, สถานที่ที่ถูก tag (จากรูปภาพ หรือข้อความ), และหน้าแฟนเพจที่กด Like เป็นต้นครับ

อัพเดท Status ใหม่ๆ ได้ด้วย New Status Box

กล่องอัพเดท Status ของเราได้ส่วนนี้ ได้ย้ายตำแหน่งจากด้านบนสุด (ในโปรไฟล์แบบเก่า) มาอยู่ด้านล่างแทนแล้ว ซึ่งประกอบไปด้วย Status (การโพส Status), Photo (อัพโหลดรูป), Place (การเช็คอิน) และส่วนใหม่ล่าสุด Life Event โดย Life Event นี้ เป็นการเพิ่มข้อมูลเข้าไปในโปรไฟล์ของเรานั่นเองครับ ซึ่งได้แก่ ข้อมูลด้านการทำงาน, ข้อมูลด้านการศึกษา, ครอบครัว, ความสัมพันธ์, ที่อยู่อาศัย, สุขภาพ, การเดินทาง และอีกเยอะแยะมากมาย ลองไปเล่นกันดูครับ

จัดหมวดหมู่เป็นรายเดือน รายปี

เพื่อให้สมกับคำว่า Timeline ฉะนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ระยะเวลานั่นเองครับ ซึ่งด้านขวามือ ผู้ใช้งานจะพบกับกรอบ "เวลา" ที่แบ่งเป็นรายเดือน และรายปี เมื่อเข้ามาในหน้าโปรไฟล์แบบ Timeline ในครั้งแรกนั้น รายละเอียดของข้อมูล จะโชว์ ณ ปัจจุบันครับ แต่ถ้าหากผู้ใช้งานต้องการจะดูย้อนหลัง ก็ให้คลิ๊กที่ปีที่ต้องการจะย้อนดู ซึ่งอาจจะใช้เวลาในการดาวน์โหลดเพียงเล็กน้อย โดยข้อมูลของแต่ละปี จะมีมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่า เราแอดข้อมูลไว้เยอะแค่ไหนนั่นเอง

อย่างไรก็ดี เมื่อเรา scroll หน้าเพจลงมา จะมีแถบที่เรียกว่า Virtual toolbar เลื่อนลงมาด้วย ดังรูปครับ ซึ่งเราสามารถกดอัพเดท Status, อัพโหลดรูป, เช็คอิน ได้เลยทันที โดยที่ไม่ต้อง scroll เพจขึ้นให้เสียเวลา

Feature ขยายเรื่องราวที่ชอบ ให้ใหญ่เต็มหน้า

เมื่อลองเอาเม้าส์จิ้มไปที่โพสที่ชื่นชอบ จะปรากฎเมนูเล็กๆ ขึ้นมา 2 อันครับ ได้แก่ เมนูรูปดาว หรือ Feature กับ เมนูรูปดินสอ สำหรับการแก้ไขข้อความ หรือลบข้อความนั้นทิ้งไป เมื่อเราคลิ๊กไปที่เมนูรูปดาว ข้อความหรือรูปดังกล่าวนั้น จากกรอบเล็กๆ จะขยายจนเต็มหน้าจอครับ เหมือนเป็นการเน้นว่า รูปนี้ ข้อความนี้ เป็นสิ่งที่เราชอบมากนั่นเอง

ไม่อยากให้โชว์ ก็กดซ่อนมันซะ

 

ส่วนเมนูรูปดินสอนั้น จะเป็นการลบข้อความ หรือซ่อนข้อความ / รูปภาพดังกล่าวนั้น จากหน้า Timeline ครับ

อยากโพสข้อความย้อนหลัง ทำได้หรือไม่?

ข้อดีของ Timeline ก็คือ ผู้ใช้งานสามารถโพสข้อความย้อนหลัง แบบเลือกวัน เดือน ปี ได้ครับ โดยให้คลิ๊กที่เส้นแบ่งคอลัมน์ (สีฟ้า) จะเห็นเป็นเครื่องหมายบวก (ตามลูกศรครับ) จากนั้น ให้คลิ๊ก ระบบจะขึ้นเป็นกรอบของ Status Box ขึ้นมา ซึ่งสามารถโพสข้อความ, รูป, เช็คอิน และ Life Event แบบย้อนหลังได้

ไม่ชอบ Timeline อยากลบออก ทำได้หรือไม่?

สำหรับผู้ที่กดเลือกใช้ Timeline ไปแล้ว แต่รู้สึกไม่ชอบ ไม่ถูกใจ ไม่ปลื้ม อยากจะกลับไปเป็นหน้าโปรไฟล์แบบเก่า ต้องบอกเลยว่า ทำไม่ได้นะครับ เนื่องจากทาง Facebook บังคับให้ผู้ใช้งานทุกคน เปลี่ยนหน้าโปรไฟล์เป็นแบบ Timeline ให้หมด (ตามข่าวบอกว่า จะทำให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้) ไม่ว่าเราจะพยายามหลีกเลี่ยงอย่างไร ก็หนีไม่พ้นครับ นอกจากนี้ ผู้ที่เพิ่งมาเปิดใช้ Timeline ใหม่ๆ ทางเฟสบุ๊ค จะมีออปชั่นให้เลือก ก็คือ ให้ publish เลยทันที หรือให้ปรับแต่งหน้าโปรไฟล์ตามใจชอบก่อน แล้วค่อย publish ในภายหลัง แต่มีระยะเวลาให้ปรับแต่ง เพียง 7 วันเท่านั้นครับ

 
บทความโดย : Techmoblog.com
เมื่อวันที่ : 28 ธันวาคม 2554
บทความที่เกี่ยวข้อง